สครับอะไร เหมาะกับผิวส่วนไหน?

คุณรู้หรือไม่? สครับอะไร เหมาะกับผิวส่วนไหน?

สครับตามสภาพผิว

ก่อนที่เราจะเข้าสู่วิธีการสครับว่าทำอย่างไรนั้น เรามารู้จักสภาพผิวของเรากันก่อนดีกว่า…

เราแบ่งแยกประเภทของผิวที่ต้องการการสครับเป็นพิเศษ 3 ส่วน นั่นก็คือผิวหน้า ผิวลำตัว และผิวเท้า

ผิวหน้า

เป็นส่วนที่บอบบางเป็นพิเศษ และเป็นส่วนแรกที่ทุกคนจะมองเราก่อนเป็นอันดับแรกที่จะไปมองส่วนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่าถึงแม้ว่าผิวหนังที่ใบหน้าของเรานั้นมีความหนาของผิวและความแข็งแรงของผิวไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั้งผิวในส่วนอื่นๆของร่างกายก็เช่นเดียวกัน โดยสังเกตง่ายๆ ว่าเวลาสิวขึ้นมันไม่ได้ขึ้นในตำแหน่งที่เดียวกัน หรือบางทีก็อาจจะเกิดในจุดที่มีความมันมากกว่าส่วนอื่น เช่น T โซน หรือส่วนระหว่างคิ้วลงมาที่จมูกนั่นเอง นั่นเป็นเพราะว่าผิวของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็มีผิวแตกต่างกันด้วยนะ

ผิวลำตัว

ผิวส่วนนี้อาจจะเป็นส่วนที่แข็งแรงหรือด้านมากกว่าผิวหน้าขึ้นมาสักหน่อย แต่ถึงยังไงแล้วก็ยังต้องการการปรณนิบัติที่นุ่มนวลไม่ไปกว่าผิวหน้าของเรานะ ผิวของร่างกายที่คนเรามักจะลืมใส่ใจ ลืมดูแลกันนั้นก็คือ ส่วนหลัง รักแร้ ลำคอ และข้อพับตามร่างกาย เราอาจจะเห็นได้ว่าส่วนที่มักจะลืมทำความสะอาดตรงนี้มักจะคล้ำกว่าจุดอื่น เพราะเซลล์ผิวหนังที่ตายไปแล้วไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจึงทำให้หมักหมมกันจนเป็นก้อนขี้ไคลที่รอให้ขัดออกไปนั้นแหละ

ผิวเท้า

ใครจะรู้ล่ะว่าผิวส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่ถูกลืมใส่ใจในการทำความสะอาดมากที่สุด และเป็นผิวหนังส่วนที่ด้านมากที่สุด เพราะเราต้องใช้เท้าของเราเดินอยู่ทุกวัน ผิวเท้าของเราจึงจะต้องมีความด้านเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการถูกระคายเคืองจากพื้นที่เราเหยียบเพื่อเดินนั่นเอง บางทีปัญหาก็เกิดขึ้นโดยเฉพาะอาการเท้าเหม็น หรือผิวหยาบกร้าน แห้งแตก อาการหนักเลยก็คือผิวแห้งแตกจนเกิดอาการบาดเจ็บที่เท้าได้เหมือนกัน หลายๆคนอยากจะให้ผิวหนังบริเวณส่วนนี้มีความสวยงามไม่แพ้กับผิวตัวเพราะเวลาใส่รองเท้าที่จะต้องโชว์นิ้วเท้ากับส่วนเท้าจะได้สวย และดูดีเช่นเดียวกับผิวส่วนอื่นๆ

สครับน้ำตาล

ทำมาจากการนำน้ำตาลทรายแดงมาทำเป็นเม็ดสครับ ซึ่งน้ำตาลจะเป็นเม็ดที่ขนาดใหญ่กว่าเม็ดสครับเกลือ โดยสครับน้ำตาลจะถูกนำไปใช้สครับในส่วนของผิวหนังที่ด้านเป็นพิเศษหรือต้องการให้ผิวหนังบริเวณที่มีความด้านมากนั้นหลุดออกได้ง่าย อีกทั้งยังมีแรงเสียดทานที่มากกว่าเม็ดสครับเกลือ เนื่องจากว่าเม็ดน้ำตาลยังมีคววามเหลี่ยม และคมซึ่งตรงข้ามกับเม็ดเกลือที่กลม และละเอียดอ่อนมากกว่า โดยสครับน้ำตาลเหมาะที่จะนำไปสครับผิวเท้า และผิวที่ริมฝีปากให้ผิวหนังที่เสื่อมสภาพแล้วหลุดออกมา

 

วิธีสครับผิวที่ถูกต้อง

– ให้ขัดผิวโดยการถูเม็ดสครับวนเป็นวงกลมในบริเวณที่ผิวที่ต้องการ ไม่ใช่การถูไปมาหรือขึ้นลง และขัดอย่างนุ่มนวล ไม่ควรขัดถูอย่างรุนแรง

– หลังจากสครับและทำความสะอาดแล้วให้ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิว เพื่อเป็นการบำรุงผิว และป้องกันความแห้งกร้านที่อาจจะตามมาทีหลัง

– ควรเลือกเม็ดสครับให้เหมาะกับบริเวณผิวที่ต้องการสครับ เช่น ผิวหน้าควรเลือกสครับบีช หรือสครับเกลือซึ่งเหมาะกับผิวที่อ่อนโยน ผิวริมฝีปากหรือผิวเท้าควรใช้สครับน้ำตาลโดยจะสามารถทำหน้าที่ในการขัดได้ดีกว่าการใช้สครับบีชหรือเกลือที่เท้า

ข้อควรระวังในการสครับ

– ไม่ควรสครับบ่อยจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ผิวถูกขัดสีมากจนเกินไปอาจจะเกิดอาการแพ้ และทำให้ผิวบาง เพียงแค่สครับ 2-3 ครั้ง ต่อ 1 อาทิตย์ ก็เพียงพอแล้ว

– รักษาสิวอักเสบให้หายก่อนการสครับ อาจจะเป็นความคิดที่ผิดที่เลือกสครับในขณะที่ยังมีสิวอักเสบเพราะการสครับอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในบริเวณที่เป็นสิว เนื่องจากสิวประเภทนี้ไม่เหมาะที่จะถูกขัดถู แต่ทางตรงกันข้ามนั้นสิวอุดตันหรือสิวเสี้ยนที่หนุ่มๆสาวๆเป็นกันนั้นแหละเหมาะกับการสครับให้ผิวหนังส่วนนี้หลุดออกไปเพราะเกิดจากการอุดตันของสิ่งสกปรกบนผิวที่มีความมัน

– ดูแลผิวก่อนการออกแดดโดยการทาครีมหรือโลชั่นกันแดดออกจากบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันการถูกแดดไหม้ในบิเวณที่เราสครับ แต่ถึงอย่างไรแล้วถึงแม้เราจะไม่ได้สครับผิวก็ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านนะจ๊ะ